Monday, May 23, 2016

แทบช็อก!! เพื่อนมากินเหล้าที่บ้าน เหล้าหมดออกไปซื้อแป๊บเดียว เพื่อนทำกับเมียแบบนี้ ใจสลาย !???







ช่างก่อสร้างทองผาภูมิ มือมีดแทงภรรยาเพื่อนเสียชีวิต เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.ทองผาภูมิแล้ว สารภาพผู้ตายได้ยืมเงินไป แต่ทวงเท่าไหร่ก็ไม่ยอมคืนให้ จึงฉวยโอกาสทวงเงินอีกครั้งช่วงที่สามีผู้ตายออกไปซื้อเหล้า แต่ถูกผู้ตายด่าด้วยความหยาบคายจนรับไม่ได้ ใช้มีดแทงเข้าตามร่างกายจนล้มลงจมกองเลือดอยู่กับพื้น

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนางบัวเลิศ สิงห์คำ อายุ 52 ปีอยู่บ้านเลขที่ 281 หมู่ 4 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ถูกนายภักดี หรือแดง อ๊ะนา อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/4 หมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี อาชีพช่างก่อสร้างใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงเข้าที่ข้อมือขวา 1 แผล หน้าท้อง 1 แผล และที่ลำคอขวาถูกแทงจนเส้นเลือดใหญ่ขาด และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลทองผาภูมิ เหตุเกิดเวลาประมาณ 21.00 น.ของวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา













ล่าสุดเมื่อเวลา 16.30 น.วันนี้ (20 พ.ค.59) พ.ต.อ.จรินทร์ วัฒนไพรสาณฑ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น.ที่ผ่านมา ตนได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ พ.ต.ท.มนตรี แตงโต รอง ผกก.ป.สภ.ทองผาภูมิ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ทองผาภูมิ ว่า ครอบครัวของผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้นำพาตัวนายภักดี หรือแดง อ๊ะนะ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทองผาภูมิ ที่ มจ.27/2559 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2559 เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ เป็นที่เรียบร้อย โดยผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า นางบัวเลิศ ได้ยืมเงินไป แต่ทวงเท่าไหร่ก็ไม่ยอมคืนให้










จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่กับสามีของผู้ตาย บังเอิญเหล้าเกิดหมด สามีของผู้ตายจึงออกจากบ้านไปซื้อเหล้า ระหว่างนั้นตนได้เอ่ยปากทวงเงินจากนางบัวเลิศ อีกครั้งหนึ่ง แต่นางบัวเลิศ กลับทำสีหน้าไม่พอใจ พร้อมกับด่าทอด้วยความหยาบคาย จนตนรับไม่ได้จึงเกิดความโมโห ใช้อาวุธมีดแทงเข้าตามร่างกายของนางบัวเลิศ จนล้มลงจมกองเลือดอยู่กับพื้น

หลังก่อเหตุตนจึงรีบหลบหนีไป แต่สุดท้ายทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ไหว จึงยอมให้ครอบครัวพาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ หลังจากยอมรับสารภาพ พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ พร้อมกำลังจึงคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป



ทีมา http://www.siamupdate.com/news-182912

Monday, May 9, 2016

รวบสายแว้นเมืองชล !! ตำรวจล่าเดือดร่วม 100 กว่าคัน หนีตายสะบักสะบอมสุดท้ายไม่รอด

เมื่อเที่ยงคืนวันที่ 30 เม.ย. 59 เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายโรงพักในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ได้ระดมกำลังปิดล้อมจับกุมเด็กแว๊นที่ปิดถนนแข่งรถกัน ทาง พ.ต.อ.ศักดิ์ระพี เพียวพนิช รองผู้บังคับการจังหวัดชลบุรี ได้รับรายงานว่า จะมีบรรดาเด็กแว๊นในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ได้มีการประกาศทางเฟซบุ๊ค ว่า ได้จัดเทศกาลท่อดัง เด็กเมืองชล โดยนัดบรรดาเด็กแว๊นเข้ามานำรถจักรยานยนต์แต่งซิ่งมาประลองความเร็ว บริเวณถนนสายบายพาส – หนองข้างคอก อำเภอเมืองชลบุรี จึงสั่งการให้ตำรวจหลายโรงพักในพื้นที่อำเภอเมืองชลบุรีและใกล้เคียงมาทำการปิดล้อมสกัดจับ เมื่อบรรดาเด็กแว๊นจำนวนนับร้อยคันเห็นตำรวจต่างพากันขับขี่รถหลบหนีกันไปคนละทิศละทาง แต่เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนปิดบางรายขับรถหนีลงไปในร่องกลางถนน เพื่อจะข้ามไปอีกฝั่งถนนแต่มีแผงกั้นทางตลอดจึงไปไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่า








ทีมา http://www.agosocial.com/2819/

ฟังชัดๆ !! ประหารชีวิตเถอะครับ ไม่ต้องลดโทษอะไรแล้ว ถ้าคนฆ่าคนแล้วไตร่ตรองมันครบองค์ประกอบความผิดอยู่แล้ว



ฟ้าหลังฝนผ่านพ้นไป เหลือทิ้งไว้เพียงคราบน้ำตาและความทรงจำต่างๆที่ญาติๆยังคงระลึกถึงน้าเสมเกียรติ หรือนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ที่จากไปด้วยเหตุวัยรุ่น 6 คน รุมทำร้ายจนเสียชีวิตบริเวณหน้าร้านขนมปัง ปังหอม ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวตัวเอง

และหลังจากที่มีข่าวเผยแพร่ออกไปทำให้ร้านปังหอม เป็นที่รู้จัก และมีลูกค้าเพิ่มขึ้น อย่างวันนี้ มีลูกค้ามาอุดหนุนตั้งแต่เช้า แต่ก็ต้องทิ้งคิวไว้เพราะเฟิร์น และเมธัส ทำไม่ทันเพราะจะต้องทำส่งเจ้าประจำด้วยและต้องทำขายหน้าร้านด้วย


และลูกค้าที่มาอุดหนุนในวันนี้ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันถึงกรณีคดีของน้าสมเกียรติว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม คนก่อเหตุสมควรต้องได้รับโทษอย่างถึงที่สุด อยากให้คดีนี้จบโดยการประหารชีวิต จะได้ไม่มีใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง และอยากให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่างของการตัดสินโทษที่เด็ดขาด




ทีมา http://www.tnews.co.th/html/contents/188706/

ชื่นชม! สามพี่น้อง ตื่นตี4 ช่วยแม่กวาดถนนก่อนไป รร

ชื่นชม! สามพี่น้อง ตื่นตี4 ขึ้นมาช่วยแม่กวาดถนนก่อนไป รร. ชาวบ้านเห็นต่างชื่นชมถึงความกตัญญูของเด็กน้อยทั้งสามคน

วันนี้ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานพบเห็น ด.ช.ธนพล ยอดทอง อายุ 12 ปี พร้อมน้องสาว ด.ญ.อรปรียา ยอดทอง อายุ 11ปี และ ด.ญ.กชมล พละสัตย์ อายุ 9 ปี ที่ตื่นแต่เช้ามืดออกมาช่วยนางกนกรัตน์ กิมใช่ยัง อายุ 38 ปี ผู้เป็นแม่ ซึ่งมีอาชีพเป็นคนงานกวาดถนนเทศบาลเมืองอ่างทอง อยู่บ้านเลขที่ 6 3/1 ถนนเทศบาล 8 ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง







โดยทุกเช้าทั้ง 3 คนจะตื่นนอนออกมาช่วยผู้เป็นแม่กวาดตักเศษขยะใส่เข่ง แล้วนำไปทิ้งในถังขยะทุกวัน บริเวณถนนซอยทรัพย์สิน ถึงวัดสนามชัย ตั้งแต่เช้ามืดจนกระทั้งเสร็จงานที่แม่ได้รับผิดชอบทำความสะอาด เป็นภาพชินตาของชาวบ้านที่พบเห็น ต่างชื่นชมถึงความขยัน อดทนและมีความกตัญญู

ทางด้าน ด.ช.ธนพล กล่าวว่า ตนเองนั้นเรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนเทศบาล 1 วัดต้นสน ในตอนแรกนั้นเห็นแม่มือเจ็บต้องออกมาทำงานกวาดถนนทุกวัน จึงออกมาช่วยงานแม่เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระ และอยากให้แม่ได้เหนื่อยน้อยลง

ทั้งนี้ในช่วงที่โรงเรียนเปิดเรียนก็จะออกช่วยแม่แต่เช้ามืด และเมื่อเสร็จงานก็จะไปเรียนตามปกติส่วนวันหยุดก็จะออกช้าหน่อยไม่ต้องรีบเพราะเป็นวันหยุดในช่วงหลังนี้น้องสาวที่เรียนอยู่ชั้น ประถม 5 และญาติที่เรียนอยู่ ชั้นประถม 3 ได้ออกมาช่วยในการเก็บกวาดในช่วงโรงเรียนปิดเทอมอีกด้วย

นางกนกรัตน์ เปิดเผยว่า ตนเองเป็นลูกจ้างทำความสะอาดกวาดถนนของเทศบาลเมืองอ่างทอง โดยจะทำการกวาดถนนสายที่รับผิดชอบทุกวันตั้งแต่เช้ามืดของทุกวัน และดีใจที่ลูกชายได้ออกมาช่วยงานแบ่งเบาภาระในการทำหน้าที่ได้ปีกว่าแล้ว ในช่วงหลังมานี้ได้มีลูกสาววัย 11ปี และหลานสาววัย 9ปี ได้ออกมาช่วยงานในการกวาดถนนทุกวัน

โดยชาวบ้านที่พบเห็นทุกคนก็ชื่นชมในตัวลูกๆที่เป็นเด็กดีและขยันขันแข็ง และยังคงตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้เติบโตเป็นคนดีในสังคมและทำงานช่วยเหลือพ่อแม่ต่อไป






ทีมา http://news.mthai.com/hot-news/general-news/494207.html



อึ้ง ! ผัวอ้างจน ปล่อยเมียทรมานเนื้องอกใหญ่ 100 กก. พอตายถึงได้รักษา..

หญิงชาวอินเดีย ปล่อยเนื้องอกขยายใหญ่ในรังไข่จนมีน้ำหนักเกือบ 100 กิโลกรัม

วานนี้ (9พ.ค.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ‘มิรเรอร์’ รายงานว่าแพทย์พบเนื้องอกหนัก 100 กิโลกรัม ในรังไข่ของ กัมเลช เทวี หญิงชาวอินเดียวัย 45 ปี จากเมืองมีรุต รัฐอุตตรประเทศ ทางตอนเหนือของประเทศ หลังจากปล่อยเนื้องอกทิ้งไว้นานกว่า 5 ปี เพราะครอบครัวฐานะยากจน และไม่มีทุนในการรักษา





อาการดังกล่าว คืออาการของเนื้องอกในรังไข่ที่มีขนาดใหญ่คล้ายคนท้อง และเมื่อมันขยายใหญ่ขึ้น เธอต้องทนเจ็บปวดทรมาน แต่ด้วยเสียงคัดค้านจากสามี ว่าครอบครัวฐานะยากจน ไม่มีค่ารักษา เธอจึงจำใจทนต่อสภาพดังกล่าวเรื่อยมา

หลังจากนั้น สามีของเธอได้เสียชีวิต ผู้ป่วยรายนี้ จึงเริ่มมีความคิดจะมาพบแพทย์เพื่อขอความช่วยเหลือ และมาที่โรงพยาบาล ประกอบกับความโชคดีที่แพทย์รายหนึ่งเต็มใจจะผ่าตัดให้เธอฟรี ๆ หลังจากทราบว่าเธอไม่มีเงินค่ารักษา

ต่อมาเมื่อวันที่ 6พ.ค. ทีมแพทย์ก็ได้ผ่าตัดเอาเนื้องอกก้อนใหญ่ออกจากรังไข่ข้างขวาของผู้ป่วยซึ่งผ่าตัดเป็นไปอย่างเร่งด่วน เพราะแพทย์เห็นว่าเนื้องอกอยู่ในขั้นร้ายแรงมาก หากปล่อยไว้อาจได้รับอันตรายถึงชีวิตโดยการผ่าตัดกินเวลา 3 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่าตัดเสร็จ เธอก็ต้องอยู่ในห้อง ICU เป็นเวลา 1 วัน ซึ่งอาการของเธอดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยแพทย์กล่าวว่าไม่เคยเห็นเนื้องอกที่ใหญ่ยักษ์ขนาดนี้มาก่อนแม้ว่าเนื้องอกในรังไข่เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป


ทีมา http://news.mthai.com/hot-news/world-news/494219.html

ว่อนเน็ต! สาวถูกแฟนเก่าฉุดไปข่มขืน ทำร้ายแผลทั่วตัว ขังไว้กว่า 3 วัน

ว่อนเน็ต! สาวถูกแฟนเก่าข่มขืน ทำร้ายร่างกาย จนมีบาดแผลทั่วร่างกาย หลังโดนฉุดไปขัง 3 วัน

วันนี้(10 พ.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพสาวรายหนึ่ง บาดเเผลทั่วร่างกาย คล้ายถูกทำร้าย ซึ่งภาพดังกล่าวถูกโพสต์โดยเพจเฟซบุ๊กดังเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมข้อความระบุว่า น้องโดนแฟนเก่าฉุดไปซ้อม ข่มขืน นำไปขังไว้ 3 วัน ตอนนี้อยู่ห้องไอซียู โรงพยาบาลสมุทรปราการ ญาติไม่ได้บอกอะไรมากแค่บอกโดนกล้อนผม เอามีดกรีดทั่วตัว อยากฟ้องปวีณา ต้องทำอย่างไร ตอนนี้ได้แจ้งตำรวจไปแล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังตามตัวอยู่



หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เห็นว่ากฎหมายประเทศไทยยังอ่อนแอ คนร้าย จึงได้ใจไม่กลัวความผิด รวมถึงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกฎหมาย ให้มีบทลงโทษหนัก สำหรับผู้ที่ลงมือทำร้ายและข่มขืนผู้อื่น



ภาพจาก YouTube คลิปเฟสบุ๊ค


ทีมา http://news.mthai.com/hot-news/social-news/494192.html

หนุ่มถูกงูกัด หิ้วซากบุกโรงพยาบาล กลับบ้านแล้ว แพทย์ตัดขาช่วยเหลือ

หนุ่มหิ้วงูจงอางยักษ์มาโรงพยาบาลหลังถูกฉกที่ขา ล่าสุดแพทย์ตัดขาทิ้งและอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว หลังนอนพักรักษาตัวนานร่วมเดือน เหตุพิษกระจายทั่วร่างโคม่า

ความคืบอาการหนุ่มถูกงูกัด ก่อนฆ่างูจนตายแล้วหิ้วซากงูไปที่โรงพยาบาลวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมาเพื่อขอความช่วยเหลือนั้น ล่าสุดทางแพทย์ได้ตัดขาของนายสุธีร์ สำรวมใจ อายุ 37 ปี ผู้บาดเจ็บ และอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว หลังก่อนหน้านี้อาการไม่ดีขึ้น เนื่องจากพิษงูได้ลามขึ้นสมองอาการโคม่า จนต้องนอนพักรักษาตัวนานกว่า 1 เดือน 19 วัน





โดยภาพรวมอาการดีขึ้นแต่ยังไม่สามารถพูดได้ ซึ่งบรรดาญาติของนายสุธีร์ต่างเดินทางมาให้กำลังใจและมีการนำผ้าฝ้ายขาวมา ผูกข้อมือเรียกขวัญตามความเชื่อ ขณะที่นายจำปา สำรวมใจ อายุ 74 ปี พ่อของนายสุธีร์ กล่าวว่า ลูกชายนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 1 เดือน 19 วัน ก่อนถูกหมอตัดขาด้านที่ถูกพิษงู ส่วนตัวรู้สึกดีใจที่ลูกมีอาการดีขึ้น ซึ่งยังต้องติดตามอาการต่อไปและช่วยดูแลกันไปตามมีตามเกิดต่อไป
ขณะที่ซากงูยักษ์ที่กัดนายสุธีร์นั้น ขณะนี้ถูกดองเก็บไว้ที่วัดบ้านบุ่งหวาย ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ เนื่องจากชาวบ้านไม่กล้าทิ้งเพราะคิดว่าเป็นงูเจ้าที่ อีกทั้งเก็บไว้ลูกหลานดู รวมถึงเก็บไว้เพื่อให้นักเสี่ยงโชคนำไปตีเป็นหวยด้วย



ภาพงูขนาดยักษ์ ถูกตัดหัววางหน้าห้องโรงพยาบาล หลังมีคนไข้ถูกกัดฆ่าก่อนหอบซากขอความช่วยเหลือ

วันนี้ (18 มี.ค. 59) เพจ @สมาคมคนรัก นิสิต นักศึกษา แพทย์และพยาบาล แห่งประเทศไทย ได้มีการเผยแพร่ภาพงูขนาดยักษ์ถูกวางทิ้งไว้หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ในสภาพถูกตัดหัว พร้อมกับระบุที่มาของงูว่า





มีคนไข้รายหนึ่งถูกงูตัวนี้กัดระหว่างไปทุ่งนา เขาจึงฆ่างูจากนั้นก็พามาที่โรงพยาบาลเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งตอนนี้คนไข้ยังมีอาการโคม่ายังไม่รู้สึกตัว

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปผู้คนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าน่ากลัว และมองว่าคนป่วยที่ถูกงูกัดต้องใจเด็ดมากที่ฆ่างูและนำซากมาให้แพทย์วินิจฉัยเพื่อหาเซรุ่มรักษา ขณะเดียวกันก็ภาวนาให้ผู้ป่วยคนดังกล่าวหายโดยเร็ว

ขณะที่เพจหมอแมว ซึ่งเป็นเพจให้ความรู้ด้านการแพทย์ ก็ระบุ ว่า “ในปัจจุบัน เราไม่ค่อยอยากให้จับงูมา ข้อดีของการจับงูมาคือ การรู้ชนิดงูจะได้ให้เซรุ่มได้ถูก (ซึ่งก็ไม่แน่ เพราะถ้าตีหัวแบะมา บางทีก็ดูไม่ออก หรือบางทีลายของงูไม่ได้ชัดมาก ก็ดูลำบาก)


ข้อเสียของการจับงูมาก็คือ อาจจะตายก่อนมาถึงโรงพยาบาล อย่างกรณีงูเห่าหรืองูจงอางกัด ถ้าโชคไม่ดีจับแล้วเจอกัดซ้ำได้พิษเพิ่ม ระหว่างจับเคลื่อนไหวมาก เสียเวลา อาจจะหยุดหายใจก่อนมาถึงโรงพยาบาลเสียชีวิตได้ และเจอบ่อยๆ ที่จับงูมาผิดตัว คราวนี้เข้ารกเข้าพงไปหมด ถ้ามีกล้อง ถ่ายรูปไว้จะปลอดภัยกว่าไปจับเอง”

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่



ทีมา http://news.mthai.com/hot-news/social-news/484872.html